วิธีการสังเกตหนังแท้ ไม่ยากเลย

ก่อนที่จะกล่าวถึงข้อสังเกตหนังแท้ เราก็ต้องทำความรู้กันเสียก่อนว่าหนังแท้คืออะไร หนังแท้คือหนังสัตว์ที่ผ่านกระบวนการฟอกและย้อมค่ะ โดยส่วนมากแล้วหนังสัตว์ที่เป็นที่นิยมมักจะเป็นหนังวัวค่ะ นอกจากนี้ยังมีหนังจระเข้ หนังนกกระจอกเทศ หนังงู หนังฉลาม หนังแกะ เป็นต้นค่ะ ซึ่งไม่แปลกเลยที่หนังแท้ทั้งหลายนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบคุณภาพและความคงทนที่ใช้งานได้เป็นสิบ ๆ แล้วละก็ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวค่ะ

และเพราะราคาของหนังแท้ค่อนข้างมีราคาสูง ดังนั้นเราลองมาดูกันซิว่าจะสังเกตได้อย่างไรว่าหนังหรือกระเป๋าหนังที่เราจะซื้อเนี่ยเป็นหนังแท้จริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นหนังเทียม (PU) กันแน่ค่ะ

ผิวหนังแท้จะมีรอยรูขุมขนหรือมีขุย ๆ ส่วนหนังเทียมจะมีผิวเรียบลื่นมากกว่าค่ะ กลิ่นจะมีเอกลักษณ์ เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของหนังเลยค่ะ มันคือกลิ่นแท้ ๆ ของหนังสัตว์ค่ะ หนังแท้บางตัวอาจจะมีกลิ่นแรงมาก แต่บางตัวอาจจะมีกลิ่นอ่อนกว่า นั่นก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการฟองหนังของหนังแต่ละชิ้นค่ะ แต่ยังไงก็จะมีกลิ่นของหนังสัตว์ติดอยู่แน่นอน ต่างจากหนังเทียมที่จะมีแต่กลิ่นสารเคมีค่ะ

หนังแท้จะมีริ้วรอยหนัง (Grain Break) ค่ะ อาจจะดูเหมือนหนังยับ แต่ความจริงแล้วมันคือริ้วรอยหนังสัตว์ค่ะ ส่วนหนังเทียมนั้นก็จะเรียบเสมอกัน

มีรอยย่นยู่เมื่อกดหรือพับหนังแท้ หนังแท้จะมีรอยย่นยู่เหมือนผิวคนค่ะ ไม่คืนตัวง่าย ๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นหนังเทียม หนังจะไม่เป็นรอย หรือหากเป็นรอยก็จะคืนตัวอย่างรวดเร็ว ยิ่งใช้ หนังแท้ยิ่งสวยค่ะ หนังจะนิ่มขึ้นและเงามากขึ้น ไม่หลุดลอกเป็นขุย ๆ อย่างแน่นอน ไม่เหมือนหนังเทียมที่ใช้ไปสักพักก็จะเกิดการหลุดลอกเป็นแผ่น ๆ ค่ะ

น้ำหนักของหนังแท้จะมีความหนักมากกว่าหนังเทียมค่ะ หากลงหยดน้ำลงไปบนหนังแท้ หนังแท้จะดูดซับน้ำค่ะ แต่เราไม่แนะนำให้หนังแท้โดนน้ำหรือความชื้นมากเกินไปนะคะ ไม่เช่นนั้นหนังแท้จะเป็นด่างได้ หยดน้อย ๆ แค่ทดสอบก็พอค่ะ อย่าเอาไปตากฝนลุยน้ำเลยนะคะ

เพื่อน ๆ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้สังเกตหนังแท้ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหนัง โซฟาหนัง หรือเบาะหนัง เราก็สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ